
กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศนโยบายเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษา
โดยยึดคุณธรรมนำความรู้สร้างความตระหนักสำนึกในคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ความสมานฉันท์ สันติวิธี วิถีประชาธิปไตย
พัฒนาคนโดยใช้คุณธรรมเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง
ความร่วมมือของสถาบันครอบครัว ชุมชน สถาบัน ศาสนาและสถาบันการศึกษา
โดยมีจุดเน้นเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เป็นคนดี มีความรู้
และอยู่ดีมีสุข
ดังนั้น
เพื่อให้การขับเคลื่อนดังกล่าวมีความชัดเจน เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม "๘ คุณธรรมพื้นฐาน" ที่ควรเร่งปลูกฝัง
ประกอบด้วย
 |
๑)
ขยัน
ขยัน คือ
ความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
อดทน ความขยันต้องปฏิบัติควบคู่กับการใช้สติปัญญา
แก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จ
ผู้ที่มีความขยัน คือ
ผู้ที่ตั้งใจทำอย่างจริงจังต่อเนื่องในเรื่องที่ถูกที่ควรเป็นคนสู้งาน
มีความพยายาม ไม่ท้อถอย กล้าเผชิญอุปสรรค รักงานที่ทำ
ตั้งใจทำหน้าที่อย่างจริงจัง
|

|
๒)
ประหยัด
ประหยัด คือ การรู้จักเก็บออม ถนอมใช้ทรัพย์สิน
สิ่งของแต่พอควรพอประมาณ ให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย
ฟุ้งเฟ้อ
ผู้ที่มีความประหยัด คือ ผู้ที่ดำเนินชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย
รู้จักฐานะการเงินของตน คิดก่อนใช้คิดก่อนซื้อ เก็บออม
ถนอมใช้ทรัพย์สินสิ่งของอย่างคุ้มค่า
รู้จักทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตนเองอยู่เสมอ
|
 |
๓)
ความซื่อสัตย์
ซื่อสัตย์ คือ
ประพฤติตรงไม่เอนเอียงไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมีความจริงใจ
ปลอดจากความรู้สึกลำเอียงหรืออคติ
ผู้ที่มีความซื่อสัตย์ คือ
ผู้ที่มีความประพฤติตรงทั้งต่อหน้าที่ ต่อวิชาชีพ ตรงต่อเวลา
ไม่ใช้เล่ห์กล คดโกงทั้งทางตรงและทางอ้อม
รับรู้หน้าที่ของตนเองและปฏิบัติอย่างเต็มที่ถูกต้อง |

๔)
มีวินัย
มีวินัย คือ การยึดมั่นในระเบียบแบบแผน
ข้อบังคับและข้อปฏิบัติ
ซึ่งมีทั้งวินัยในตนเองและวินัยต่อสังคม
ผู้ที่มีวินัย คือ ผู้ที่ปฏิบัติตนในขอบเขต กฏ
ระเบียบของสถานศึกษา สถาบัน/องค์กร/สังคมและประเทศ โดยที่ตนเองยินดีปฏิบัติตามอย่างเต็มใจและตั้งใจ |

๕)
สุภาพ
สุภาพ คือ
เรียบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อม มีกิริยามารยาทที่ดีงาม
มีสัมมาคารวะ
ผู้ที่มีความสุภาพ คือ ผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ
ไม่ก้าวร้าว รุนแรง วางอำนาจข่มผู้อื่นทั้งโดยวาจาและท่าทาง
แต่ในเวลาเดียวกันยังคงมีความมั่นใจในตนเอง เป็นผู้ที่มีมารยาท
วางตนเหมาะสมตามวัฒนธรรมไทย |

๖)
สะอาด
สะอาด คือ
ปราศจากความมัวหมองทั้งกาย ใจ และสภาพแวดล้อม
ความผ่องใสเป็นที่เจริญตาทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น
ผู้ที่ความสะอาด คือ ผุ้รักษาร่างกาย
ที่อยู่อาศัยสิ่งแวดล้อมถูกต้องตามสุขลักษณะ
ฝึกฝนจิตใจมิให้ขุ่นมัว
จึงมีความแจ่มใสอยู๋เสมอ
|
|
๗) สามัคคี
สามัคคี คือ ความพร้อมเพียงกัน ความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน
ร่วมใจกันปฏิบัติงานให้บรรลุ ผลตามที่ต้องการเกิดงานการอย่างสร้างสรรค์ปราศจากการทะเลาะวิวาท
ไม่เอารัดเอาเปรียบกัน เป็นการยอมรับความมีเหตุผล
ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางความคิด
ความหลากหลายในเรื่องเชื้อชาติ ความกลมเกลียวกันในลักษณะเช่นนี้ เรียกอีกอย่างว่า
ความสมานฉันท์
ผู้ที่มีความสามัคคี คือ
ผู้ที่เปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
รู้บทบาทของตนทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความมุ่งมั่นต่อการรวมพลัง
ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเพื่อให้การงานสำเร็จลุล่วง
แก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้ เป็นผู้มีเหตุผล
ยอมรับความแตกต่างหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ พร้อมที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติ |
 |
๘)
มีน้ำใจ
มีน้ำใจ คือ
ความจริงใจที่ไม่เห็นแก่เพียงตัวเองหรือเรื่องของตัวเอง
แต่เห็นอกเห็นใจเห็นคุณค่าในเพื่อน มนุษย์
มีความเอื้ออาทรเอาใจใส่ ให้ความสนใจในความต้องการ ความจำเป็น
ความทุกข์สุขของผู้อื่น และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน
ผู้ที่มีน้ำใจ คือ
ผู้ให้และผุ้อาสาช่วยเหลือสังคสม รู้จักแบ่งปัน
เสียสละความสุขส่วนตน เพื่อทำประโยชน์แก่ผู้อื่นเข้าใจ เห็นใจ
ผู้ที่มีความเดือดร้อน อาสาช่วยเหลือสังคมด้วยแรงกาย สติปัญญา
ลงมือปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหา
หรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในชุมชน |
 |
ติดตามรายละเอียดต่อไปได้ที่ www.onec.go.th

|
|
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา
(สกศ.)
99/20 ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 โทร. 0-2668-7123
email : Webmaster@onec.go.th |